ศูนย์รวมรถเบนซ์มือสอง สภาพเยี่ยม

เบอร์โทร : 02-9511395-6     เบอร์มือถือ : 0899949089

language EN language TH
facebook twitter youtube
ค้นหา

AMG Motorsport History

       คงไม่มีใครไม่รู้จัก AMG สำนักแต่งรถหรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นคู่แท้ที่ถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยการตกแต่งทั้งความแรง และเติมเต็มรูปลักษณ์ความสปอร์ต ให้กับรถทุกเซกเมนต์ของค่ายดาวสามแฉก
สรุปความคร่าวๆของ AMG ที่ผมได้เกริ่นนำแน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้ แต่จะมีแฟนพันธ์แท้สักกี่คนที่จะรู้ความเป็นมาของสำนักแต่งรถเมืองเบียร์รายนี้ว่ามีพัฒนาการเช่นไร ทำไมถึงเป็นพันธมิตรกับ Mercedes-Benz มาเป็นเวลากว่า 40 ปี

AMG
อา-มา-เก้
       คนไทยเรียกคุ้นปากว่า AMG (เอ-เอ็ม-จี) แต่ความจริงแล้วภาษาเยอรมันจะออกเสียง “อา-มา-เก้” นี่คือรหัสที่พิเศษกว่าคำว่า Mercedes-Benz และกลายเป็นอัตลักษณ์ความแรง ความสปอร์ต และ ดุดัน ของ Mercedes-Benz จวบจนปัจจุบัน

จุดกำเนิด AMG
       ชอพรถซิ่งเล็กๆใกล้เมืองสตุ๊ดการ์ด ปี 1967 ในเมืองเล็กๆ ชื่อว่า Burgstetten ใกล้ๆ กับสตุ๊ตการ์ตซึ่งอยู่ในแคว้น Baden-Wurttemberg  วิศวกรหนุ่มที่เคยร่วมงานกับ Mercedes-Benz 2 นาย คือ Hans Werner Aufrecht และ Erhard Melcher ซึ่งทั้งคู่เกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่า Grossaspach (ปัจจุบันเปลี่ยนชื้อเป็น Aspach) ได้สร้างทีมแข่งและเปิดเป็น Shop ทำรถแข่งขึ้น ชื่อว่า AMG
AMG เป็นชื่อท้ายของทั้ง 2 คน A คือ Aufrecht ส่วน M คือ Melcher ส่วน G มาจากชื่อเก่าเมืองเกิดของเขาทั้งคู่คือ Grossaspach. โดยมีชื่อเต็มว่า AMG Motorenbau und Entwicklungsgesellschaft mbH  หรือ  AMG Engine Production and Development, Ltd., ในภาษาอังกฤษ

        แรกเริ่มของการพัฒนาเครื่องยนต์เพื่อใช้ในการแข่งขัน AMG โดยนำเอา Mercedes  300 SEL ในบอดี้ W109 มาทำการอัพเกรดความแรงเพื่อใช้แข่งขัน จากขุมพลังเดิมบล็อก 6 สูบ 3.0 ลิตร มีแรงม้าเพียง 170 แรงม้า โมดิฟายเพิ่มเป็น 238 แรงม้า แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้  AMG 300 SEL ประสบความสำเร็จ

       ในปี 1968 AMG ยัดเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.3 ลิตร โมดิฟายเพิ่มจาก 250 แรงม้า ขึ้นไปเป็น 300 แรงม้า จนทำให้เริ่มเห็นหนทางสู่ความสำเร็จ

      และในปี 1971 ถึงเวลาของชัยชนะในรายการ Spa-Francorchamps 24-Hour Endurance 300SEL คันเดิมที่วางเครื่อง V8 ซึ่งขนายขนาดความจุจาก 6.3 ลิตร เป็น 6.8 ลิตร สร้างแรงม้าได้สูงถึง 428 แรงม้า ก็คว้าชัยให้กับ AMG ได้สำเร็จ และทำให้กลายเป็นสำนักทำรถแข่งที่บรรดานักขับที่ใช้ Mercedes- Benz ให้ความสนใจ จวบจนขยายกิจการจากชอพเล็กๆกลายเป็นสำนักแต่งรถอย่างเป็นทางการ

      หลังจากสั่งสมชื่อเสียงได้ระยะหนึ่ง AMG เริ่มซื้อรถจาก Mercedes Benz มาพัฒนาปรับแต่ง Performance Version และส่งขายออกสู่ตลาดด้วยเช่นกัน ในนามของ AMG ซึ่งพาร์ทเนอร์รายนี้ Mercedes เต็มใจที่จะสนับสนุน

       การพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งรวมถึงเป็นการต่อยอดทางธุรกิจ นอกจากการโมดิฟายเครื่องยนต์ AMG เริ่มผลิตอุปกรณ์ตกแต่ง อาทิ ล้ออัลลอยลาย และชุด Aero Part ที่ช่วยในด้านอากาศพลศาสตร์ ในขณะนั้นชอพเล็กๆแห่งเดิมที่ Burgstetten เริ่มคับแคบ AMG จึงย้ายสัมโนครัวมาที่ Affalterbach ซึ่งเป็นที่มา ของตราสินค้า AMG ที่นำเอาสัญลักษณ์ของเมือง Affalterbach  คือต้นแอปเปิ้ลมาร่วมกับสัญลักษณ์วาล์วและแคมชาฟท์ โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นแบบเต็มกำลังซึ่งเป็นการพัฒนาควบคู่ระหว่างการโมดิฟายรถยนต์ รวมถึงออกแบบชิ้นส่วน Aero Part

ความแรง AMG พัฒนาการที่ยั่งยืนจากสนามแข่ง

       AMG แม้จะไม่ใช่ทีมแข่งใหญ่อะไรหนักหนา ส่วนใหญ่จะทำรถแข่งในวงการ Touring Car แต่ช่วงทศวรรษที่ 80 ก็กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยทำ 450 SLC AMG Group 2 ที่ AMG ขยายบล็อก V8 5.2 ลิตร เป็น 5.4 ลิตร ผลิตม้าออกมาได้ 375 แรงม้า แค่เริ่มต้น เจ้า 450 SLC AMG Group 2 ก็ควอลิฟายได้เป็นหัวแถวแล้ว จากนั้นก็คว้าชัยในรายการ Nurburgring Touring Car Grand Prix ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 1978 450SLC  AMG Group 2 เคยถูกนำไปใช้ในนามของทีมแข่งโรงงาน เพื่อแข่งขัน Soult America Safari และในปี 1980 ในรายการ Safari Rally ด้วย


       สำหรับช่วงที่ทำให้ AMG เข้าตากรรมการมากที่สุด คือทศวรรษที่ 90 ผลงานจาก AMG Mercedes 190E EVO2 DTM ที่สามารถแย่งแชมป์ DTM มาให้ Mercedes-Benz ได้เป็นครั้งแรกในปี 1991 และในปี 1992 ได้ทั้งแชมป์ประเภทนักขับและที่โรงงานด้วยส่งผลให้ในปี 1994-1995 AMG Mercedes C-Class DTM  ได้รวบแชมป์ถึง 2 ปีซ้อน

       AMG เริ่มเดินหน้าเต็มตัว เมื่อ Daimler-Benz ดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Mercedes- Benz และได้ชื่อใหม่ว่า Mercedes-AMG เป็นฝ่ายที่เป็นเอกเทศคิดเองทำเองได้ ในด้าน Performance Development และการแข่งขัน ซึ่งในทศวรรษที่ 90 ในปี 1996  Mercedes-AMG ก็ออกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นขายบนโชว์รูม เดียวกับ Mercedes-Benz อย่างจริงจังคือ Mercedes C36 AMG โดยที่ลูกค้าไม่ต้องรอคอยอีกต่อไป

       การที่ใช้ชื่อเป็น Mercedes-AMG ทำให้ AMG มีงานยากมากขึ้น นั้นคือ การเข้าร่วมพัฒนารถแข่ง FORMULA 1 และในปี  2012  AMG ก็พยายามเต็มที่กับการพัฒนาเครื่องยนต์ให้ทีมแข่ง F1 ของ Mercedes-Benz แล็วทั้งหมดก็เป้นไปตามคาด ในปี 2013 AMG FO 108F2.4 V8 เป็นขุมพลังที่นำทีมเข้าเป็นรองแชมป์โลก จวบจนปัจจุบัน  AMG  PU 106A Hybrid 1.6 V6T ก็เป็นขุมพลังที่พาทีมแข่งเป็นแชมป์โลกติดต่อกันมา 3 สมัยแล้ว ตั้งแต่ในปี 2014- 2016
ประวัติคร่าวพอเล่าถึงที่มาของความแรง ทีนี้มาต่อกันถึงรูปลักษณ์ความสวยงามสไตล์สปอร์ต กับชุดแอโร่พาร์ทและอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆนอกจากการโมดิฟายเครื่องยนต์กันเลยดีกว่าครับ

เริ่มธุรกิจรถแต่ง ในปี 1971

ของชิ้นแรก AMG PANTA Wheel

       ปี 1967 AMG เปิดตัวทีมแข่ง ความจริงก็มีรถเริ่มเข้ามาตกแต่งบ้างแล้ว โดยเฉพาะแต่งเครื่องยนต์ ระบบรองรับและกันสะเทือน แต่ของเหล่านั้น ก็ยังไม่ได้ประทับแบรนด์ AMG

       จนกระทั่งปี 1971 AMG ถือกำเนิดอุปกรณ์ตกแต่งชิ้นแรก นั้นคือ ล้ออัลลอยลาย 5 ก้าน ที่ Hans Werner Aufrecht ผู้เป็นเจ้าของอักษร A ของ AMG เป็นผู้ออกแบบ โดยให้ ATS โรงงานผลิตล้อน้องใหม่ในยุคนั้น เป็นผู้ผลิต ตามขนาด 8JJ x 16 นิ้ว ซึ่งล้อรุ่นนี้ได้ถูกนำไปใส่กับ 300SEL AMG “Red Pig” ซึ่งเป็นรถแข่งที่ตระเวนคว้าชัยในขณะนั้น


       แน่นอนว่าการผลิตหลักของ AMG คือ Enhance & Modified  Engine เครื่องยนต์ทรงพลังซึ่งถือเป็นของแต่ง ที่สาวกดาวสามแฉกต้องการ แต่ก็ต้องเข้าคิวรอกันจนเงือกแห้งเลยทีเดียว

       Hard ware อีกตัวที่สาวกดาวสามแฉกต้องการคือ Gear Box แบบ 5 จังหวะ ซึ่งในยุคนั้น Mercedes ส่วนใหญ่จะเป็น 4 จังหวะ AMG จึงออกแบบ และจัดวางอัตราทดเอง โดยให้ทาง Getrag ผลิต

       ในปี 1974 Custom Car ที่เรียกความสนใจเป็นอย่างมาก คือ Mercedes 300SL 4.5 AMG ซึ่งเป็นการนำเอา 300SL Gullwing ปี 1963 มาพัฒนาใหม่ ทั้งเครื่องยนต์ ระบบรองรับ และ  Decorate รถแข่ง

        หลังจากนั้น Custom Car จาก AMG ก็เริ่มทยอยสู่ตลาด ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ AMG ต้องย้ายฐานการผลิตจาก Grossaspach ไปอยู่ที่ Affalterbach และเป็นครั้งแรก ที่เปิดตัว Logo ของ AMG ที่มีรูปสัญลักษณ์ของเมือง เข้าไปอยู่ใน Logo  คือ ตัวแอปเปิ้ล และเริ่มธุรกิจ Enhance & Modified  ร่วมถึงผลิต Costom Car ออกสู่ตลาดด้วย

      

ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ วินิจจัย  ชลานุเคราะห์                

ที่มาของภาพ : cheatsheet.com / nast-sonderfahrzeuge.de / mercedes-amg.com / nast-sonderfahrzeuge.de / carthrottle.com / s3.amazonaws.com / wheelsage.org / wikipedia.org /goodwood.com /autoevolution.com / 1.bp.blogspot.com / wallpaperup.com /seriouswheels.com /http://assets.mbusa.com / images.cdn.autocar.co.uk / speeddoctor.net / mercedesclasicos.com / ultimatecarpage.com

Credit : www.autoworldthailand.com 


Scroll to Top